วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

บริการให้คำปรึกษา


บริการให้คำปรึกษา
             การให้คำปรึกษา 
 หมายถึง การสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมายของบุคคลสองคนซึ่งมีความสัมพันธ์กันเชิงจิตวิทยาเฉพาะส่วนบุคคล โดยบุคคลหนึ่งเป็นผู้ให้บริการ ซึ่งต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะทางตลอดจนสามารถนำเทคนิคต่างๆในการให้คำปรึกษาไปใช้เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งมีปัญหา ให้เขาสามารถแก้ปัญหาต่างๆในปัจจุบันได้อย่างฉลาดเหมาะสมและมีทักษะในการแก้ปัญหาอื่นๆในอนาคตได้ด้วยตนเอง

สาเหตุที่เกิดปัญหา
(1) ขาดความอบอุ่นในครอบครัว พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก
(2) ใช้ชีวิตยามว่างตามห้างสรรพสินค้า ใช้มือถือ คุยผ่านอินเตอร์เน็ต
(3) ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
(4) เล่นพนันและเริ่มเล่นพนันผ่านโทรศัพท์ระบบ SMS
(5) ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นและขาดความรับผิดชอบปัญหา

จุดมุ่งหมายของการให้คำปรึกษา
-ช่วยให้บุคคลมีความรู้สึกว่าตนเองไม่โดดเดี่ยวเมื่อเกิดปัญหา
-ช่วยให้เด็กที่มีความทุกข์ กลุ้มใจ มีปัญหา ได้เกิดมีความรู้สึกสบายอกสบายใจดีขึ้น
-ช่วยทำให้บุคคลสามารถรู้จักและเข้าใจตนเองได้อย่างถูกต้อง
-ช่วยให้เกิดความเข้าใจในตัวเองชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้น เข้าใจในปัญหาของตนดีขึ้น
-ช่วยให้เด็กมองเห็นลู่ทางการแก้ปัญหาได้กว้างขวาง รอบคอบ ใคร่ครวญดีขึ้น
ช่วยให้บุคคลรู้จักใช้ความคิด ใช้สติปัญญาที่มีทั้งหมดนำไปใช้ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา
-ช่วยให้บุคคลเกิดความกระจ่างขึ้นในใจ มองเห็นลู่ทางในการแก้ไขปัญหา
-ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จ แก้ปัญหาด้วยตนเองได้ด้วยดี มีความภาคภูมิใจตนเอง
-ช่วยให้บุคคลเห็นถึงความสำคัญ และประโยชน์ที่จะได้รับจากบริการแนะแนว
-ช่วยให้บุคคลสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้
-ช่วยให้บุคคลรู้จักความอดทน เสียสละ ยอมรับต่อสภาวการณ์ที่แท้จริง
-ช่วยให้บุคคลมีการพัฒนาการและเจริญงอกงามไปถึงขีดสูงสุด
-ช่วยให้เด็กมีความรู้สึกไม่ว้าเหว่ไม่เปล่าเปลี่ยวใจมีครูเป็นที่พึ่งเป็นมิตรมีสนิท เพราะว่าคนเราต้องการมีเพื่อนฝูงต้องการที่พึ่ง

กระบวนการให้การปรึกษา
ขั้นตอนที่  1การสร้างสัมพันธภาพ
ขั้นตอนที่  2การสำรวจปัญหา
ขั้นตอนที่  3การเข้าใจปัญหา สาเหตุ ความต้องการ
ขั้นตอนที่  4การวางแผนแก้ปัญหา
ขั้นตอนที่  5การยุติการปรึกษา

คุณลักษณะของผู้ให้การปรึกษา
1.การให้คำปรึกษาแบบไม่นำทาง
2.การให้คำปรึกษาแบบนำทาง
3.การให้คำปรึกษาแบบพฤติกรรมนิยม
4.การให้คำปรึกษาแบบเลือกwww.google.com

การศึกษารายกรณี


การศึกษารายกรณี
การศึกษารายกรณี (Case Study) หมายถึง กระบวนการศึกษาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง หรือสถาบันใดสถาบันหนึ่งอย่างละเอียดต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือ เทคนิค หรือวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้รายละเอียดของข้อมูล แล้วนำมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ และวินิจฉัยหาสาเหตุของพฤติกรรม เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ แก้ไข ป้องกัน หรือส่งเสริมพัฒนาการของบุคคล กลุ่มคน ชุมชน และสถาบันนั้นต่อไป

จุดมุ่งหมายของการศึกษารายกรณี
1.ศึกษานักเรียนที่มีปัญหาพิเศษเพื่อช่วยเหลือแก้ไข
2..ศึกษานักเรียน ที่มีความสามารถพิเศษเพื่อส่งเสริมพัฒนานักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ
3. ช่วยให้นักเรียนเข้าใจและยอมรับ ความเป็นจริงของตน
4. ช่วยให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเกิดความเข้าใจและให้ความร่วมมืออย่างเหมาะสม
5. เพื่อการค้นคว้าวิจัย

การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การศึกษาเป็นรายกรณี
เป็นการศึกษาพฤติกรรมของผู้เรียนเป็นรายบุคคล  โดยมรจุดมุ่งหมาย 3 ประการ
1.
การส่งเสริมพฤติกรรมที่มีลักษณ์เชิงบวกในตัวบุคคลให้พัฒนางอกงามยิ่งขึ้น
2.
ป้องกันมิให้เกิดพฤติกรรมในเชิงลบเกิดขึ้นในตัวบุคคล
3.
การแก้ไขหรือลบพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาในตัวบุคคล
การรวบรวมข้อมูลมีวิธีการรวบรวมข้อมูลได้จากแหล่งต่าง
เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
1.แบบสอบถาม
            2.แบบสัมภาษณ์
            3.แบบสังเกต
            4.แบบทดสอบ
            5.จากการศึกษาผลงานของผู้ถูกศึกษา
           เก็บข้อมูลจากเพื่อนๆ
           1.การสัมภาษณ์เพื่อน
           2.การใช้สังคมมิติ
           3การใช้แบบสอบถามใครเอ่ย
           เก็บจากผู้ปกครอง
           1.การสัมภาษณ์ผู้ปกครอง 
           2.การใช้แบบสอบถามสำหรับผู้ปกครอง
           3.การเยี่ยมบ้านผู้ปกครอง
         ข้อเสนอแนะในการศึกษาบุคคลเป็นรายกรณี
      1. ควรเน้นการสร้างเสริมพัฒนาการของบุคคล ไม่เน้นเฉพาะเด็กที่มีปัญหา
      2. ควรเก็บข้อมูลให้ครอบคลุม แสดงพัฒนาการบุคคลอย่างต่อเนื่องทุกด้าน
      3. ควรเก็บข้อมูลด้วยวิธีการที่หลากหลาย จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
      4. ความรู้พื้นฐานทางจิตวิทยาการแนะแนวจะช่วยให้การศึกษา Case  มีประสิทธิภาพ
      5.รายงานที่นำไปใช้เพื่อการวิจัยหรือเผยแพร่ จะต้องนำรายละเอียดที่บ่งบอกว่าผู้ถูกศึกษาเป็นใครออกให้หมด
      6.ควรส่งเสริมสนับสนุนให้อาจารย์ประจำชั้นทุกคนศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างน้อยปีละ 1 คน
    
     การศึกษารายกรณีได้เข้ามามีบทบาทต่อการให้ความช่วยเหลือทางการแนะแนว ในฐานะที่เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ซึ่งมีระบบ ระเบียบ และขั้นตอนที่ทำให้วิธีการดังกล่าวเป็นที่ยอมรับและน่าเชื่อถือได้กว้างขวางไม่เพียงแต่จะจำกัดในศาสตร์แห่งการแนะแนวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบรรดาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือทั้งหมดซึ่งเรียกรวมๆว่าศาสตร์แห่งพฤติกรรม  อันมีหลักเกี่ยวกับความเป็นไปและธรรมชาติของพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งนี้รวมถึงการจัดการเกี่ยวข้องเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ  ของมนุษย์ด้วย หากแต่ว่าธรรมชาติของศาสตร์แห่งพฤติกรรมนี้มีความกว้างขวางในมิติของเนื้อหาที่จะเรียนรู้มาก  จึงมักจะมีการแยกและจำกัดเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่  เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น  เช่น  การแนะแนว  การสงเคราะห์  จิตวิทยาคลินิก จิตเวชศาสตร์  เป็นต้น
 



www.google.com

การวิจัยและติดตามผล

การวิจัยและติดตามผล
ครูแนะแนวทุกคนมีบทบาทหน้าที่ที่จะผลิตความรู้ในการเรียนการสอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและใช้ความรู้พื้นฐานด้านจิตวิทยาที่ผู้อื่นค้นพบ ไปจัดบริการแนะแนวแบบต่างๆ ให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดความสำคัญของการวิจัยในงานแนะแนว 
การวิจัยเป็นกระบวนการศึกษาค้นคว้าหาความจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจช่วยในการแก้ปัญหา ปรับปรุงพัฒนางานหรือบุคคล การวิจัยจึงเป็นหนึ่งในวิธีการติดตามผลอย่าง  มีประสิทธิภาพ  และได้ข้อมูลน่าเชื่อถือ ที่จะใช้ประโยชน์ได้
แก่ผู้รับบริการ ทำให้ครูแนะแนวต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตงานวิจัยด้วยตนเองและใช้ผลงานวิจัยทั้งของตนเองและของผู้อื่นเป็น จึงจะได้ความรู้ทันการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยและบุคคล นับได้ว่าการวิจัยเป็นส่วนสำคัญใน การพัฒนางานแนะแนวทุกบริการทุกระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง
การบริการติดตามผล
การติดตามผลและการวิจัย(Follow – up and research) เป็นการศึกษาหรือติดตามผล เพื่อช่ายให้โรงเรียนได้ทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและบริการแนะแนวที่โรงเรียนให้แก่เด็กได้ผลเป็นอย่างไร สามารถประเมินผลงานที่ได้กระทำไปแล้วว่าสามารถช่วยให้เด็กได้พัฒนาขึ้นในด้านต่างๆเพียงใด เช่น อาจพบว่าเด็กตัดสินใจเลือกการเรียนผิด ก็อาจช่วยแก้ไขได้ทันท่วงที การติดตามผลจะช่วยให้ปฏิบัติงานได้เรียนรู้ถึงจุดอ่อนและข้อบกพร่อง อันควรปรับปรุงส่งเสริมในบริการแนะแนว และได้ข้อคิดแนวทางอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานต่อไปให้ถูกกต้อง และบรรลุถึงวัตถุประสงค์ได้ดีขึ้น
การติดตามผลและการวิจัยในกิจการแนะแนวอาจจำแนกออกเป็น 4 ประเภทคือ
1. การติดตามผลและการวิจัยนักเรีนผู้ได้รับการแนะแนว เมื่อได้มีการแนะแนวไปแล้ว ครุและผู้แนะแนวควรต้องคิดตาม   เพื่อทราบผลของการแนะแนว เพื่อประโยชน์ต่อไปนี้
เพื่อตรวจสอบดูว่านีกเรียนได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้จากการแนะแนวหรือไม่เพียงไร และผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
- เพื่อรวบนรวมข้อมูลอันอาจเป็นประโยชน์ต่อการให้คำปรึกษาแนะแนวในโอกาสต่อไป และบันทึกเข้าระเบียนสะสม
-เพื่อช่วยให้การให้คำปรึกษาหรือการแนะแนวได้เป็นไปอย่างถูกต้องและได้ผลดี
2. การติกตามผลและการวิจัยนักเรีนยบางคนหรือบางประเภทเป็นกรณีพิเศษ เช่น ผู้ที่มีภาวะผิดปกติทางจิต   จนต้องมีการรักษาพยาบาลโดยจิตแพทย์ เพื่อจะได้ประเมินดูว่า การบำบะดนั้นมีผลดีต่อนักเรียนเพียงใด ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติต่อไปได้ถูกต้อง เหมาะสมยิ่งขึ้น
3. การติดตามผลและการวิจัยนักเรียนที่อยู่ในชั้นหรือระดับการศึกษาที่สูง เช่น เด็กที่เลื่อนจากชั้น ม.3 ไปชั้น ม.4 หรือจากระดับการศึกษาที่สูงขึ้น จากระดับมัธยมศึกษาไประดับวิทยาลัย หรืออุดมศึกษา เพื่อจะได้ศึกษาพัฒนาการของนักเรียนโดยติดต่อกัน เป็นการช่วยให้รู้จักนักเรียนเป็นอย่างดี และจะได้ทราบผลและประสิทธิภาพของหลักสูตร วิธีสอน ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆใน โรงเรียน เพื่อจะได้พิจาณาปรับปรุง ส่งเสริมหลักสูตร  วิธีการสอน ตลอดจนงานแนะแนวต่าง ๆในโรงเรียนให้มีคุณค่ายิ่งขึ้นต่อพัฒนาการของนักเรียน
4. การศึกษาติดตามผลและการวิจัยนักเรียนเก่าซึ่งออกจากโรงเรียนไปแล้ว ทั้งผู้เรียนสำเร็จตามหลักสูตร และผู้ไม่สำเร็จตามหลักสูตร เพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วไปที่จะทำให้สามารถประเมินผลและการวิจัยของการบริการแนะแนว และงานด้ามการศึกษาทั่วไปของโรงเรียน

นักเรียนที่ควรติดตามผล
คือ นักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนตามปกติ นักเรียนที่มีปัญหาเป็นพิเศษ และนักเรียนที่ออกจากโรงเรียนไปแล้ว สำหรับนักเรียนเก่านี้นักเรียนถือว่าความรับผิดชอบจะไม่สิ้นสุดเมื่อนักเรียนจบการศึกษาเท่านั้น แต่โรงเรียนควรมีการติดต่อให้ความช่วยเหลือสนับสนุนต่อไปเรื่อยๆเหมือนกับนายแพทย์ที่ต้องตรวจสอบคนไข้เป็นระยะๆ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยโรคและให้การเยียวยา
                
วิธีการต่างๆ ในการติดตามผลและการวิจัย
- โดยการสัมภาษณ์สอบถามบุคคลผู้มีความสัมพันธ์ หรือมีความรู้จักคุ้นเคยใกล้ชิดกับนักเรียนที่ต้องการติดตามผล ซึ่งอาจได้แก่ บิดามารดา ผู้ปกครอง ญาติพี่น้องหรือรู้จักคุ้นเคยอื่นๆ เช่น นายจ้างที่เด็กไปทำงานอยู่ เป็นต้น
- โดยการสังเกต พิจารณาอย่างใกล้ชิด และละเอียดรอบคอบในพฤติกรรมของนักเรียนที่ต้องการติดตามผล
-โดยการสัมภาษณ์ สอบถามเด็กที่คิดว่าต้องติดตามผลโดยตรง
-โดยการทำสังคมมิติในกรณีเกี่ยวกับการปรับปรุงตนทางสังคม หรือโดยการใช้แบบทดสอบชนิดต่างๆ ตามแต่กรณี ทำการสอบ “ก่อน” และ “หลัง” การแนะแนว หรือปฏิบัติการใดๆ ที่กระทำต่อนักเรียนเป็นเครื่องวินิจฉัยผล
-โดยการศึกษาพิจารณารายกรณี (Case study) และการประชุมปรึกษารายกรณี (Case conference) ของผู้ปฏิบัติงานและผู้เชี่ยวชาญร่วมกัน
-โดยการเปิดอภิปรายทั่วไปในหมู่นักเรียนและในหมู่ครู ตลอดจนผู้ปกครองเพราะบุคคลเหล่านี้มีส่วนช่วยในการวางแผนการของโรงเรียนในขั้นต่อไปได้
-โดยการพูดวิจารณ์หรืออภิปรายของนักเรียน และผู้ที่ออกจากโรงเรียนไปแล้วตลอดจนข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงสิ่งบกพร่อง
-โดยการสำรวจ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบสอบถามก็ย่อมได้
-โดยทำการทดสอบวัด เช่น วัดบุคลิกภาพ วัดการสร้างมนุษยสัมพันธ์ เป็นต้น

ข้อมูลที่ควรติดตามเพื่อใช้ประโยชน์ ในการแนะแนวมีหลายประการคือ การศึกษาต่อ อาชีพที่ทำ ความสำเร็จทางด้านการศึกษา และอาชีพที่ทำ สิ่งที่นักเรียนเสนอแนะให้โรงเรียนทำ
การจัดโครงการติดตามผลจะเริ่มตั้งแต่คณะกรรมการดำเนินงาน การกำหนดจุดมุ่งหมาย กำหนดขอบเขตของงาน การเตรียมอุปกรณ์ การขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น การดำเนินงานตามโครงการ ไปจนถึงการประเมินผลงานที่ได้จากการติดตามผลงานนักเรียน

งานวิจัยเกี่ยวกับการแนะแนวในประเทศไทย
การวิจัย เป็นกระบวนการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ และเป็นขั้นตอนของการหาข้อเท็จจริง โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำมาวิเคราะห์อย่างมีระบบ ยึดหลักการจึงสรุปเป็นข้อเท็จจริง 
ประโยชน์ของการทำวิจัย ผลงานวิจัยช่วยทำให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดบริการแนะแนวในด้านการศึกษา แนะแนวอาชีพ และแนะแนวส่วนตัวและสังคม ว่ามีความต้องการบริการในด้านการเก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล บริการสนเทศ บริการให้คำปรึกษาบริการจัดวางตัวบุคคล หรือบริการติดตามแผลและการวิจัย เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายหรือแก้ปัญหาในการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียน หรือทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดบริหการเกี่ยวกับการแนะแนว

คณะผู้จัดทำ

คณะผู้จัดทำ
นางสาวณัฐพร    จันทรา  54041040       
นางสาวราภัสยา  ศรีสุทธิ  54040744
นางสาวฐิติมล     ทองคำ  54040919
นางสาวอมรรัตน์  สุวรรณโชติ  54040303
นางสาวนันทพร   บึ้งสลุง  54040734
นางสาวจิตรลดา  ไพเราะห์  54041034
         
         คณะศึกษาศาสตร์
    เอกเทคโนโลยีทางการศึกษา
          มหาวิยาลัยบูรพาwww.google.com